เลือกม่าน มูลี่ กระจกฝ้า หรือวัสดุอะไรดีสำหรับออฟฟิศ

โพสต์เมื่อ 15 มิ.ย. 2021 โดย glassisgood

บทความ magic film

บทความนี้จะโฟกัสไปที่กระจกที่ใช้กั้นพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นห้องหรือหน้าต่างของออฟฟิศ เพราะกระจกใสให้ความรู้สึกดูโปร่ง โล่งสบาย ไม่อึดอัด กระจกจึงเป็นวัสดุยอดฮิตที่หลายๆคนเลือกใช้

แต่พอใช้กระจกใสที่โปร่งโล่ง เห็นได้ทั่วถึงแล้ว ก็มีบางครั้ง ที่เราต้องการความเป็นส่วนตัว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมองหาวัสดุมาปิดกั้น ให้ความเป็นส่วนตัว ซึ่งก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน มู่ลี่ และฟิล์มไฟฟ้า

สำหรับออฟฟิศไหนมีผู้ออกแบบให้ ก็จะมีการกำหนดรายละเอียดให้ทุกอย่าง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ ชั้นต่างๆ ใช้เป็นเกรดไหน สไตล์ไหน

รวมถึงวัสดุที่ใช้บังแสง กั้นความเป็นส่วนตัวให้เรียบร้อย รูปแบบ-วัสดุ และสีที่เลือกใช้ก็สามารถทำให้ลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์ภายใน-ภายนอกออฟฟิศ สวยงาม จบเลย!

ติดกระจกกั้นห้อง

โดยเราขอเน้นให้ความรู้กับคนที่ยังไม่มีข้อมูลในเวอร์ชั่นที่อ่านง่ายหน่อย แบบที่พออ่านจบแล้ว คุณน่าจะสามารถเลือกใช้งานได้ตามแบบที่ชอบเลย

มาดูกันว่ามีวัสดุอะไรในการเลือกให้ตรงใจ เหมาะสมกับการใช้งาน และแต่ละวัสดุมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง พร้อมแล้วอ่านต่อได้เลยครับ

 

เริ่มจากมีวัสดุและรูปแบบอะไรบ้าง

ในตลาดมีวัสดุและรูปแบบให้เลือกกันหลากหลายแบบ อาทิ ม่านม้วน ม่านปรับแสง มูลี่ กระจกฝ้า ผ้าม่าน กระจกฝ้าไฟฟ้า ติดฟิล์ม ม่านพับผ้า ขอพูดถึงตัวเลือกที่เป็นที่นิยมและน่าสนใจดังนี้

1. ผ้าม่าน

ให้ความรู้สึกอบอุ่น หรูหรา แต่งได้หลากหลายรสนิยม จะเอาแนวน่ารัก หวาน คลาสสิค หรือเรียบหรูก็มีให้เลือกหลากหลายมากๆ นอกจากนั้นเรายังสามารถเลือกชนิดผ้า ความหนา รูปแบบ ลวดลายที่เข้ากับบรรยากาศของห้องในสไตล์ต่างๆ เรียกว่าส่งเสริมการตกแต่งได้อย่างหลากหลายมากๆ

ติดผ้าม่านในห้องประชุม

ราคาก็มีตั้งแต่ถูกจนถึงแพงเลย สามารถยกระดับการตกแต่งได้ดี แต่ไม่นิยมใช้กับออฟฟิศขนาดใหญ่ เพราะการใช้ผ้าม่านจะทำให้บริเวณนั้นๆค่อนข้างทึบ และปิดกั้นพื้นที่ได้อย่างมิดชิด แต่ก็แลกมาด้วยการที่ต้องมีการถอดไปทำความสะอาดเป็นระยะๆ เพราะผ้ามีคุณสมบัติเก็บฝุ่น

การเลือกใช้ผ้าม่านจะเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่เยอะมาก ต้องการการปิดกั้นพื้นที่มิดชิด ให้บรรยากาศอบอุ่นสไตล์โฮมมี่ (เหมือนอยู่บ้าน) และมีความขลังในตัวของมันเอง สามารถเลือกใช้ได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นโทนสี สไตล์ผ้า หรือจะเลือกที่มีลวดลายต่างๆเพิ่มเติมได้ตามชอบ

ผ้าม่านในห้องประชุม

จากภาพ ถ้าใช้ผ้าม่านเยอะเกินไป คือใช้ทุกด้านกับพื้นที่ที่ไม่มาก จะทำให้ดูอึดอัด แต่ถ้าเลือกให้พอดีกับการใช้งาน ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้ว่าจะไม่เป็นที่นิยมในการใช้งานในออฟฟิศสำนักงานกันซะเท่าไหร่

Tips : ต้องเลือกผ้าม่านให้แมทช์กับเฟอร์นิเจอร์และสีของผนังให้ดีเลย เพราะผ้าม่านมีหลากหลายมากๆ เดียวจะหลุดธีม ไม่เข้าพวกได้

 

2. มู่ลี่

หลายๆคนอาจจะสับสนระหว่างมู่ลี่กับม่านปรับแสง ซึ่งมู่ลี่จะมีลักษณะเป็นแผ่นใบเรียงกันตามแนวนอน พร้อมก้านหรือเชือกให้ปรับระดับของใบมู่ลี่ให้เปิดปิดในองศาที่ต้องการได้ ในขณะที่ม่านปรับแสง จะเป็นแผ่นผ้าหรือวัสดุสังเคราะห์ที่จัดเรียงในแนวตั้ง

มู่ลี่และม่านปรับแสง

ข้อดีของมูลี่ที่เหนือกว่าการใช้ผ้าม่านก็คือ เราสามารถเลือกที่จะเปิดมู่ลี่ให้เลื่อนขึ้นทั้งหมด หรือจะปรับองศาของใบให้แสงลอดผ่านได้ในปริมาณที่ต้องการได้เอง โดยการเลือกใช้มู่ลี่จะเหมาะกับพื้นที่ไม่เยอะมาก มีทั้งวัสดุอลูมิเนียม ไม้ และพลาสติกเกรดต่างๆ ซึ่งถ้าเป็นไม้จะราคาสูงหน่อย ดูมีความเป็นธรรมชาติและสร้างบรรยากาศได้ดี แต่ส่วนใหญ่ในสำนักงานจะนิยมใช้อลูมิเนียมและพีวีซีเพราะมีราคาย่อมเยาลงมา ได้ฟังก์ชั่นประโยชน์ใช้สอยเช่นกัน

มู่ลี่มีหลากหลายวัสดุและสีสันให้เลือกใช้ได้หลากหลายเช่นกัน อาจจะไม่เยอะเท่าผ้าม่าน แต่ก็สามารถกำหนดสีให้เข้ากับการตกแต่งและเฟอร์มิเจอร์ในห้อง โดยส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้สีขาว สีเงิน หรือจะไปแนวทางสีเข้มๆก็มีให้เลือกได้ตามต้องการ

มู่ลี่หลายขนาด

มู่ลี่ที่ทำจากไม้จะเด่นเรื่องความทนทาน ไม่บิดหักงอง่ายเหมือนวัสดุอลูมิเนียม

ส่วนใหญ่การใช้มู่ลี่ปิดกั้นความเป็นส่วนตัวจะได้ประโยชน์ในแง่ฟังก์ชั่น ความสวยงามเรียบร้อยอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร และด้วยความที่ใบมู่ลี่ค่อนข้างบางและเบา ทำให้การใช้งานต้องค่อยๆดึง ถ้ารุนแรง หรือดึงเร็วเกินไป จะมีปัญหาคือ ใบมูลี่จะพับหรือไม่หันไปทางเดียวกัน รวมถึงตัวแกนใบมู่ลี่หักได้ ก็จะทำให้บังแสงได้ไม่ดี

มู่ลี่สีขาว

ถ้ามีพื้นที่กระจกเยอะแล้วใช้มูลี่อลูมิเนียม อาจทำให้อายุการใช้งานไม่นานนัก ด้วยวัสดุที่บางเบา ทำให้เสียหายได้ง่าย ถ้าพื้นที่ไม่เยอะมากก็ใช้ได้ดี

Tip : แนะนำให้เลือกใบมู่ลี่ที่มีความหนาหน่อยจะทำให้แข็งแรง ทนต่อการบิดงอและหักได้มากกว่าแบบบางๆ

 

3. ม่านปรับแสง

ดูแว้บๆ จะคล้ายกับมู่ลี่ เพราะมีใบเหมือนกัน ต่างกันคือม่านปรับแสงจะเป็นแผ่นๆในแนวตั้งที่เราสามารถดึงหรือรูดม่านเพื่อที่จะเลื่อนเปิดทางด้านข้าง สามารถปรับองศาใบให้ได้มุมรับแสงตามที่ต้องการ ส่วนใหญ่เป็นที่นิยมใช้ในออฟฟิศกันมากกว่าในบ้านพักอาศัย

ม่านปรับแสงในห้องประชุม

หน้าตาม่านปรับแสงดูมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่ามูลี่หน่อย ด้วยวัสดุที่ใช้เป็นผ้าทำจากโพลีเอสเทอร์หรือไฟเบอร์แล้วเคลือบ PVC ลุคที่ได้จึงดูเรียบๆ มีความเป็นทางการ และไม่ดูก๊องแก๊ง เรียกว่าดูโปรกว่า

เมื่อปิดม่านแล้ว การกรองแสงและการมองเห็นสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ทึบแสงและมองภายในห้องไม่เห็น หรือแสงเข้าได้นิดหน่อยจะเห็นในห้องไม่ค่อยชัด เป็นการแบ่งวัสดุให้ตรงกับการใช้งานได้ดีเลย

ม่านปรับแสงเหมาะกับพื้นที่กว้างๆ สามารถแบ่งพื้นที่รูดจากตรงกลางไปเก็บด้านข้างทั้งสองด้าน หรือหากพื้นที่ไม่กว้างมาก ก็สามารถกำหนดให้รูดไปทางเดียวได้เลย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นม่านปรับแสงหรือมูลี่ ข้อดีหลักๆของมันคือการปรับองศาของใบเพื่อกำหนดปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามามากน้อยได้ตามต้องการ

Tips: การเลือกม่านปรับแสงให้มีลูกเล่น ให้เลือกสีที่ไม่เหมือนกับผนัง เพื่อให้ไม่กลืนหรือดูราบเรียบเกินไป และ ม่านปรับแสงราคาจะสูงกว่ามู่ลี่หน่อย

 

4. ม่านม้วน

ม่านม้วนเป็นอีกวัสดุที่นิยมใช้ในออฟฟิศมากๆ เพราะได้ลุคที่ดูเรียบๆทันสมัย มีความเป็นสากล ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งออฟฟิศ ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อาจจะดูไม่เป็นทางการเท่ากับม่านปรับแสง แต่ก็ดูทันสมัยกว่าและใช้ได้ทั้งกับพื้นที่น้อยๆ หรือพื้นที่กว้างๆก็ยังดูมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

การเลือกใช้ม่านม้วนส่วนใหญ่จะมีการกำหนดความกว้างเท่าๆกับแผ่นกระจกหรือเส้นกั้นพื้นที่ในห้องเพื่อให้สามารถแบ่งพื้นที่เปิดปิดบางส่วนได้

roller blinds

วัสดุเป็นตัวเดียวกันกับม่านปรับแสงคือเป็นไฟเบอร์แล้วเคลือบ PVC ที่เพิ่มเติมมาคือเราสามารถเลือกได้อีกว่าอยากใช้แบบทึบ โปร่งเล็กน้อย หรือโปร่งมากได้ตามลักษณะพื้นที่ใช้งาน และด้วยความที่วัสดุไม่ได้มีซอกหลืบเหมือนมู่ลี่และม่านปรับแสง ทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายกว่า เพียงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดก็สะอาดแล้ว และโอกาสที่จะเกิดความเสียหายจากการทำความสะอาดก็น้อยกว่าด้วย

ข้อดีของม่านม้วนและม่านปรับแสงที่เหมือนกันคือสามารถเลือกความทึบของวัสดุได้ เราจะต้องการให้เห็นวิวด้านนอกห้อง ด้านนอกมองเข้ามาในห้องชัด-ไม่ชัด และแสงที่ส่องเข้ามามากน้อยก็กำหนดได้เอง วัสดุทั้งสองตัวนี้จึงเป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

ม่านม้วนกรองแสง

ซึ่งวัสดุและรูปแบบทั้ง 4 ข้อข้างต้นจะสามารถบังแสงแดดและกั้นความเป็นส่วนตัวได้ แต่กรณีเป็นผนังกระจก ถ้าทั้ง 4 ด้านเป็นม่านอย่างเดียว อาจดูน่าเบื่อ ไม่มีลูกเล่นหรืออึดอัด ถ้าผสมกับวัสดุอย่างกระจกฝ้า ก็จะทำให้ห้องดูไม่น่าอึดอัด ดูมีลูกเล่นได้ดีทีเดียว

ม่านปรับแสงในห้องทำงาน

5. การติดฟิล์ม

ปัจจุบันมีรูปแบบของการใช้ฟิล์มฝ้าไฟฟ้าที่ติดกับกระจกใสได้โดยตรง ฟังก์ชั่นจะเน้นไปที่กั้นความเป็นส่วนตัว แต่ไม่เหมาะกับการบังแสงแดด

ลักษณะคือกระจกที่เป็นลักษณะฝ้า หรือ กระจกฝ้า และสามารถเปลี่ยนกลับเป็นกระจกใสได้ ให้ความเป็นส่วนตัวหรืออยากเป็นส่วนรวมก็จัดได้ง่ายๆเร็วๆได้เลย โดยควบคุมด้วยสวิตช์ที่กดเพียงครั้งเดียวก็จะสลับโหมดจากใสเป็นฝ้าหรือฝ้าเป็นใสได้ทันที!

เนื่องด้วยสินค้าชนิดนี้ยังเป็นสินค้าใหม่จึงยังไม่มีชื่อเรียกที่เป็นชื่อหลักแบบ common ในแต่ละแบรด์ ผู้ขายก็ต่างตั้งชื่อกันไป ไม่ว่าจะเป็น “ฟิล์มกระจกเปิดปิดด้วยไฟฟ้า,” “เมจิกฟิล์ม,” “ฟิล์มกระจกฝ้าไฟฟ้า” แล้วแต่จะเรียกกัน

ฟิล์มกระจกเปิดปิดด้วยไฟฟ้า

การใช้ฟิล์มเปิดปิดด้วยไฟฟ้าแบบนี้ เหมาะกับการใช้ในออฟฟิศเป็นอย่างมาก เพราะให้ความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน ลองนึกภาพห้องผู้บริหารที่ต้องการเห็นการทำงานของทีมด้วยกระจกใส และเมื่อมีงานสำคัญที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็เปลี่ยนเป็นกระจกฝ้าได้เลย ซึ่งการเปลี่ยนไป-มาบ่อยๆแบบนี้ ถ้าใช้วัสดุอื่นจะเสียเวลามาก ทำให้ไม่ค่อยเปิดปิดกัน (ปล่อยไว้แบบนั้นเลย) นอกจากนั้นการติดฟิล์มกระจกเปิดปิดด้วยไฟฟ้ายังมีการบำรุงรักษาที่ต่ำมาก แถมยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้มาเยี่ยมเยือน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กรได้เป็นอย่างดี

การใช้งานฟิล์มชนิดนี้ จำเป็นที่จะต้องใช้กับออฟฟิศที่มีกระจกแล้ว เหมาะสำหรับห้องทำงานผู้บริหาร ห้องประชุม พาร์ทิชั่นกระจกต่างๆที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง รวมถึงสถานที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดมากๆ เช่นห้องปลอดเชื้อ ห้องที่ต้องห้ามมีฝุ่น (Hospitality – Industrial) เพราะลดพื้นที่เสี่ยงในการกักเก็บฝุ่นทำให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้น

กระจกฝ้าไฟฟ้า

ฟิล์มกระจกฝ้าไฟฟ้าสามารถฉายโปรเจคเตอร์ (จอรับภาพ) และยังใช้เป็นไวท์บอร์ดได้ด้วย หรือจะฉายโปรเจคเตอร์พร้อมเขียนไวท์บอร์ดไปพร้อมกันก็ได้

ฟิล์มกระจกไฟฟ้า

Tips: ข้อจำกัดการใช้งานคือไม่ควรใช้ในพื้นที่ที่โดนแสงแดด เพราะฟิล์มจะเสื่อมสภาพในระยะยาวหากถูกแดดโดยตรง

 

แล้วจะเลือกอะไรดีล่ะนี่?

มาสรุปกันอีกที

1. ผ้าม่าน เหมาะกับโฮมออฟฟิศ เลือกได้หลากหลายสไตล์ ราคาถูกถึงแพง กั้นแสงได้ดีที่สุดถ้าเลือกผ้าที่หนา สีเข้ม แต่เก็บฝุ่น การทำความสะอาดใช้เวลานาน ค่าบริการราคาสูง

2. มูลี่ แบบอลูมิเนียม ราคาประหยัด กันแสงได้ดี ปรับแสงได้หลายระดับ ใช้งานต้องระมัดระวัง บอบบางที่สุด ถ้าไม่เน้นตกแต่งห้องต้องสวย เน้นความคุ้มค่าเหมาะเลย

3. ม่านปรับแสง ราคาปานกลาง กันแสงได้ดี ปรับแสงได้หลายระดับ ลุคดูเป็นทางการหน่อย ราคาพอๆกับม่านม้วน

4. ม่านม้วน วัสดุเดียวกับม่านปรับแสง หน้าตาดูร่วมสมัยกว่า แต่ไม่ควรทำเป็นแผ่นใหญ่ๆ จะดูแข็งทื่อ ควรแบ่งตามช่องกระจก

5. ฟิล์มกระจกฝ้าไฟฟ้า ล้ำสมัย คลีน โล่ง ไม่เกะกะ ทำความสะอาดง่าย ฝุ่นน้อย แต่โดดแดดโดยตรงไม่ได้และราคาสูงกว่าวัสดุชนิดอื่น

 

หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว หวังว่าคุณจะพอมีแนวทางในการเลือกใช้วัสดุสำหรับปิดกั้นความเป็นส่วนตัว โดยเลือกให้เหมาะสมกับงบประมาณและลักษณะพื้นที่ได้เองเลย ส่วนสไตล์ รสนิยม การดูแลรักษา สิ่งเหล่านี้ก็ต้องดูให้ครบรอบด้าน จะได้ไม่ผิดหวัง เมื่อตัดสินใจไปแล้วจะได้ไม่ร้องว่า “รู้อย่างงี้…”

 

ถ้าสนใจข้อมูลฟิล์มกระจกฝ้าไฟฟ้า
เพิ่มเติมได้ที่  -> ฟิล์มกระจกเปิดปิดด้วยไฟฟ้า Magic Film

หรือติดต่อเราได้ตามช่องทางเหล่านี้

Facebook: Glass is Good
Line: @glassisgood
Mobile: 063 373 3292 to 4

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพเว็บไซท์นี้ กรุณากดยอมรับหรือศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า